
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว การเดินทางไปเที่ยวภูเขาคงเป็นอะไรที่ใครๆ ก็อยากจะไป เพราะจะทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศจากธรรมชาติ ที่ทำให้เหมือนได้ชาร์จแบตชาร์จพลังงานชีวิต หลังจากต่อสู้กับงานและเหตุการณ์ต่างๆ มาตลอดทั้งปี ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอาจจะยังเป็นมือใหม่หัดขับรถขึ้น-ลงเขา ดังนั้นมาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรช่วยให้ขับรถขึ้น-ลงเขาปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
- ใช้เกียร์ต่ำเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงเขาจะต้องใช้เกียร์ต่ำช่วยเสมอ เพื่อช่วยส่งกำลังเพื่อทะยานสู่เนินได้อย่างมั่นใจ และช่วยต้านไม่ให้รถไหลลงเร็วเกินไปจนเสียการควบคุม และจะช่วยไม่ให้เราใช้งานเบรกมากเกินไปด้วย เพราะการใช้เบรกมากเกินไปอาจจะทำให้เบรกไหม้ได้
- ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม
ตามปกตินั้นการขับรถขึ้น-ลงเขาจะต้องใช้ความเร็วที่ต่ำกว่าเส้นทางราบปกติ ดังนั้น จึงไม่ควรขับด้วยความคึกคะนอง โดยเฉพาะในช่วงลงเขาที่ความเร็วจะเพิ่มขึ้นแม้ไม่ได้เหยียบคันเร่ง เพราะว่ารถเรากำลังพ่ายแพ้ต่อกฎของธรรมชาติ หรือแรงดึงดูดของโลกนั่นเอง
- อย่าแซงทางโค้งหรือเส้นทึบ
ยิ่งถ้าเป็นทางโค้งและแคบ แถมติดกับหน้าผาหรือเขาสูง ยิ่งจำเป็นต้องใช้ความมีน้ำใจและความระมัดระวังอย่างมาก ดังนั้น เมื่อขับเข้าเส้นทางที่โค้งหรือแคบ ให้พยายามรักษาเส้นทางของตัวเองเอาไว้ อย่าได้คร่อมกินเลนเข้าไปโดยเด็ดขาด และการให้รถฝั่งใดฝั่งหนึ่งผ่านบริเวณเส้นทางนั้นไปก่อนหรือสลับกันไปทีละคัน จะเป็นความมีน้ำใจและสร้างความปลอดภัยได้อย่างมากที่สุด
- ไม่ควรใช้เกียร์ว่างลงเขา
การขับรถลงทางลาดชัน หรือภูเขา ห้ามใส่เกียร์ว่างแล้วปล่อยรถให้ไหลโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียการทรงตัว เนื่องจากรถนั้นมีน้ำหนักมาก ถ้าผู้ขับปล่อยรถที่เกียร์ว่าง รถจะพุ่งลงเขาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งจะไม่มีแรงฉุดหรือแรงดึงจากเครื่องยนต์ อาจทำให้เบรกไม่อยู่และเกิดอุบัติเหตุได้
- เช็คสภาพรถก่อนเดินทาง
ถ้ารถของเรามีสภาพดีพร้อมใช้งานก็จะช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพและช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากสภาพรถเสียได้ เช่น ยางแตก หม้อน้ำแห้ง น้ำมันเบรกแห้ง เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วเราควรตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอตามระยะที่กำหนด เพราะหากพบว่ามีจุดที่เสียหรือใกล้จะเสีย จะได้ซ่อมได้ทันเวลา
ทีนี้ก็ได้เทคนิคการขับรถขึ้น-ลงเขาแล้ว ใครที่กำลังจะเที่ยวก็ลองเอาเทคนิคเล่านี้ไปใช้ได้ และสิ่งที่สำคัญอย่างลืมทำประกันรถยนต์ไว้ด้วยล่ะ ด้วยประกันภัย 3+ จากรู้ใจประกันภัยที่จะให้ความคุ้มครองพื้นฐานที่เพียงพอต่อการใช้รถ แต่ราคาถูก ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย
