น้อง ๆ วัยเรียนที่ต้องใช้เวลาหลายวันต่อสัปดาห์ไปกับการไปโรงเรียน และเข้าเรียนหลาย ๆ วิชาในแต่ละวัน บางวันยังมีการบ้านมากมายที่ต้องกลับมาทำให้เสร็จเรียบร้อย ยังไม่รวมกับเวลาอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนที่ควรทำเพื่อให้เข้าใจอย่างละเอียดอีก เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกเหนื่อยล้าและเสียสมาธิ
บทความนี้ จะขอนำเอาข้อแนะนำดี ๆ สำหรับเด็กวัยเรียน หรือผู้ใหญ่วัยทำงานก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน กับวิธีฝึกสมาธิเพื่อให้สามารถกระทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวิธีที่ไม่ต้องเสียเงินเลย จะทำอย่างไรลองมาอ่านกัน
ฝึกสมาธิง่าย ๆ ทำได้ทุกวัน
หลังจากตื่นนอนขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ให้รีบชาร์จพลังแก่สมองก่อนเป็นอันดับแรก โดยเริ่มต้นจากการนั่ง สมาธิ ตั้งสติอยู่ที่ลมหาย ใจเข้า-ออก พร้อมกับภาวนาว่า พุท-โธ กำกับไปด้วยหายใจเข้านึก “พุท” …หายใจออกนึก “โธ” ทำอย่างนี้สัก 5 – 10 นาที จากนั้นจึงค่อยลุกออกไปทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ อาบน้ำ แต่งตัว และ ทานอาหารมื้อเช้า ข้อนี้สำคัญมากสำหรับเด็กวัยเรียน เพราะเด็ก ๆ ไม่ควรงดอาหารมื้อเช้า เนื่องจากอาหารมีส่วนช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสมาธิในการเรียนให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องหิวข้าวระหว่างเรียนช่วงเช้านั่นเอง
หลังจากทำกิจกรรมเคารพธงชาติและพูดคุยกับครูที่ปรึกษาในช่วงเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าชั้นเรียนก่อนที่จะเริ่มเรียน ก็ควรตั้งสติกำหนดลมหายใจตามแบบเดิมอีกสักระยะหนึ่ง อาจไม่จำเป็นต้องท่องพุธ-โธ เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา ก็จะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้น แต่การตั้งสติ กำหนดลมหายใจ หรือทำสมาธิในห้องเรียนนี้ ไม่จำเป็นต้องหลับตาแล้วทำท่าเหมือนกับนั่งสมาธิจริง ๆ เพราะวิธีนี้สามารถทำได้ขณะที่ลืมตา แค่เพียงให้มีสติรู้ลมหายใจอยู่ทุกระยะเท่านั้น ก็สามารถทำเพื่อเสริมสร้างสมาธิและควบคุมจิตใจให้สงบนิ่งอย่างได้ผล
ข้อแนะนำเพิ่มเติม หากต้องการใช้วิธีนี้ในการควบคุมอารมณ์ แนะนำให้สูดลมหายใจเข้าพร้อมกับค่อย ๆ หลับตาลงและลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะผ่อนลมหายใจ และพยายามนึกถึงสิ่งที่จะต้องทำเป็นหลัก เพื่อไม่ให้สิ่งรอบข้างมารบกวนจนทำให้ละจากสิ่งอยู่ตรงหน้าไปได้
วิธีการนี้จะช่วยทำให้การคิดและการตัดสินใจดีขึ้น ซึ่งไม่ใช่ว่าจะใช้ได้เฉพาะกับการเรียนหนังสือเท่านั้น แม้แต่การทำงานที่ต้องใช้สมอง ก็สามารถเอาวิธีนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน เพราะเราทุกคนต่างก็ต้องการสมาธิในการกระทำสิ่งใด ๆ ก็ตาม เรียกได้ว่าวิธีนี้ เป็นวิธีที่แสนง่าย และไม่เสียเงินเลยสักบาท เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่ต้องการตัวช่วยดี ๆ ในการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวกับ และประหยัดเงินด้วย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ และแบ่งเวลาสำหรับผ่อนคลายบ้าง เพื่อไม่ให้สมองต้องตึงเครียดจนเกินไป
