0 Comments

เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยหายใจแล้วมีเสียงหวีดอย่างแน่นอน จนทำให้เกิดความกังวลว่าปอดของตัวเองมีปัญหาหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุใดบ้าง ซึ่งการหายใจมีเสียงหวีดนั้น จะเป็นอาการที่ผิดปกติของผู้ป่วย ที่จะมีเสียงลมหายใจในลักษณะแหลมสูง โดยอาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งการหายใจเข้า หรือหายใจออก และมักจะเกิดขึ้นร่วมกับอาการหายใจลำบากด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากใครหายใจแล้วมีเสียงหวีด มาดูกันเลยว่าจะเกิดจากสาเหตุใด และมีวิธีการรับมืออย่างไรบ้าง

สาเหตุของอาการหายใจมีเสียงหวีด

โดยปกติแล้วการหายใจแล้วมีเสียงหวีด จะสามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ โรคหืด ที่จะเป็นหนึ่งในสาเหตุของการหายใจแล้วมีเสียงหวีด เนื่องจากโรคหืดจะส่งผลให้ทางเดินหายใจของผู้ป่วยตีบตัน บวม และผลิตเสมหะออกมามากผิดปกติ จนทำให้หายใจได้ลำบากนั่นเอง อีกทั้งยังมีสาเหตุของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ปอดบวม ภูมิแพ้ หรือโรคติดเชื้อไวรัส RSV ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากใครที่เกิดอาการหายใจแล้วมีเสียงหวีด ควรรีบเข้าพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างแน่ชัด และเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว

แนะนำวิธีการดูแลตัวเอง เมื่อหายใจแล้วมีเสียงหวีด

ในเบื้องต้นหากใครที่เกิดอาการแบบฉับพลัน หรือยังไม่มีเวลาเข้าตรวจอย่างเหมาะสม จะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างง่ายดาย เพื่อเป็นวิธีการบรรเทาอาการเบื้องต้น โดยจะมีวิธีการดูแลตัวเอง ดังนี้

  • ใช้เครื่องทำความชื้น เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มระดับความชื้นในอากาศ
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้จะมีส่วนช่วยป้องกันร่างกายจากสารก่อภูมิแพ้นั่นเอง
  • พยายามดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยละลายเสมหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือการสูดดมควันบุหรี่มือสอง
  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
  • ฝึกหายใจโดยการหายใจเข้าออกทางจมูก จากนั้นห่อปากเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ พ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ เพื่อหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยปกติแล้วอาการหายใจแล้วมีเสียงหวีดของแต่ละคน จะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป แต่ถึงแม้ว่าอาการเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงใด ๆ เท่าไหร่นัก หรืออาจจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เอง แต่เราควรไปพบแพทย์หากเกิดอาการอย่างเรื้อรัง หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น หายใจถี่ หายใจลำบาก หายใจไม่อิ่ม ไอ เจ็บหน้าอก มีไข้ หรือเกิดอาการบวมบริเวณเท้าหรือขาแบบไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากการเกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจจะก่อให้เกิดความอันตรายได้นั่นเอง ดังนั้นการพบแพทย์เพื่อเข้าตรวจอย่างเหมาะสม จะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความอันตรายได้ดีที่สุด

Related Posts

วัคซีน mRNA

วัคซีน mRNA จากโควิด-19 สู่การรักษามะเร็ง: อนาคตของการแพทย์เฉพาะบุคคล

เทคโนโลยีวัคซีน mRNA ที่เคยเป็นเพียงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์มานานกว่า 30 ปี ได้กลายเป็นดาวเด่นในวงการแพทย์โลกอย่างรวดเร็วหลังจากการระบาดของโควิด-19 ความสำเร็จอันน่าทึ่งของวัคซีน mRNA ในการควบคุมการแพร่ระบาดได้เปิดประตูสู่ศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเทคโนโลยีนี้ในการรักษาโรคอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ…

การเชื่อมต่อระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์

การเชื่อมต่อระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์: แนวโน้มและความเป็นไปได้

บทนำ การเชื่อมต่อระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface หรือ BCI) เป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและมีศักยภาพสูงในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่มนุษย์เราโต้ตอบกับเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เทคโนโลยีนี้ทำให้เราสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยความคิดของเราโดยตรง โดยไม่ต้องใช้การเคลื่อนไหวทางกายภาพ…

บาดแผลทางใจ

ฟื้นฟูจิตใจจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ: ก้าวสู่ชีวิตใหม่ที่เข้มแข็ง

เหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Trauma) ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน ความรุนแรงในครอบครัว หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ล้วนทิ้งบาดแผลลึกไว้ในจิตใจของผู้ประสบเหตุ การฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังจากเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้และจำเป็นอย่างยิ่งต่อการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและเข้มแข็งอีกครั้ง บาดแผลทางใจ:…