โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่อาจไม่ได้มีความแพร่หลายหรือเป็นที่รู้จักมากนัก แต่ก็เป็นโรคที่นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สร้างความยากลำบากต่อการดำเนินชีวิต บางคนอาจไม่ได้มีความเข้าใจถึงลักษณะอาการของโรคและอาจเผลอคิดไปเสียด้วยซ้ำว่า คนที่เป็นโรคนี้ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่ในความเป็นจริงและพฤติกรรมที่แสดงออกทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากความผิดปกติจากสารเคมีในสมอง ยิ่งในยุคที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลทำให้คนไทยในปัจจุบันป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นโรคที่สร้างความกังวลให้แก่ผู้ป่วยและคนรอบข้าง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการรักษาเพื่อให้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง
รักษาซึมเศร้าฟรี!! ด้วยสิทธิ์ประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ให้ความคุ้มครองการรักษาโรคซึมเศร้า รวมไปถึงโรคจิตเวชทุกประเภท หากพบว่า มีอาการเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าต้องได้รับการรักษาด้วยสิทธิ์การดูแลรักษา ซึ่งสามารถรับได้ในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบโรงพยาบาลตามสิทธิ์ได้ผ่าน www.sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
อาการที่บ่งบอกว่า สุ่มเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า
สำนักงานประกันสังคมได้มีการชี้แจงรายละเอียดและเปิดเผยข้อมูลในส่วนของอาการกลุ่มเสี่ยง หากพบอาการแบบนี้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาโรคซึมเศร้า
- ท้อแท้ สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย
- ขาดความกระตือรือร้น
- เบื่ออาหาร หรืออยากอาหารมากขึ้น
- นอนมาก หรือน้อยกว่าปกติ
- เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง
- รู้สึกไร้ค่า โทษตัวเอง
- สมาธิและการตัดสินใจลดน้อยลง
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คุณจะพบเห็นคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าในปัจจุบันมีมากถึง 1.5 ล้านคน ทำให้เป็นอีกหนึ่งโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และหากปล่อยให้อาการเรื้อรัง อาจทำให้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะความรู้สึกของคนที่เป็นโรคนี้ ส่วนใหญ่มักรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและคิดว่า ตนเองไม่มีค่า และเมื่อมีอาการหนักมากเข้า ก็ทำให้คิดสั้นฆ่าตัวตาย ทำให้คนใกล้ชิดต้องหมั่นเฝ้าระวังและสังเกตอาการ
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเกิดจากความเครียด ความกดดัน สารเคมีในสมอง หรือประสบการณ์ในวัยเด็กที่เคยถูกบูลลี่หรือโดนรังแก ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ และหากรับรู้ได้ในช่วงแรกหรือระยะเริ่มต้น ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายได้เร็วขึ้น ส่วนการรักษาจำเป็นต้องทำควบคู่กันไป ทั้งการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และการทำกิจกรรมที่ส่งเสริม ที่ทำให้รู้สึกรักและภูมิใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากพบว่า ตนเองหรือคนใกล้ตัวเข้าข่ายอาการเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
