หลอดไฟได้ถูกคิดค้น และประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสามารถให้แสงสว่างในยามค่ำคืนได้ โดยใช้ไฟฟ้า ซึ่งความสว่างในยามค่ำคืนจะทำให้ผู้คนสามารถทำงานได้ สามารถสัญจรได้ มีความสำคัญอย่างมาก โดยถูกคิดค้นจากนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง ทอมัส เอดิสัน แต่ก่อนหน้านี้ก็จะมีนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นได้ทำการคิดค้นมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ หลอดไฟจึงได้รับความนิยมจนถึงในยุคปัจจุบันนี้
ประวัติของผู้คิดค้นหลอดไฟ
ทอมัส แอลวา เอดิสัน เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟ ชาวอเมริกัน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟ ในความจริงคือ ทอมัส เอดิสัน เป็นผู้จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟเป็นคนแรก โดยก่อนหน้านี้มีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 20 ท่านคิดค้นมาก่อนแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งความเก่งของเอดิสัน ยังไม่มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลากหลายสิ่งประดิษฐ์ที่นับไม่ถ้วน ทำให้โลกก้าวสู่ความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลอดไฟถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ทำให้ชื่อเสียงโด่งดัง และสามารถใช้งานจนมาถึงปัจจุบันนี้
หลอดไฟคืออะไร
เป็นอีกหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง สามารถมองเห็นได้ในยามค่ำคืน ซึ่งแต่เดิมใช้ติดในบริเวณบ้าน ถูกพัฒนาให้สามารถพกพาได้ ใช้ในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งการสัญจร การให้แสงสว่างชนิดที่ว่าเดินทางโดยรถยนต์ในเวลากลางคืนได้ จากไฟสีเหลือง ก็พัฒนาให้เป็นไฟสีขาวหรือเรียกว่า หลอดไฟ LED มีความสว่างที่มองเห็นได้ชัด เป็นการทำงานของกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปยังหลอดไฟ เพื่อการกระจายแสงสว่าง
ส่วนประกอบต่าง ๆของหลอดไฟ
ในส่วนของหลอดไฟจะมีหลากหลายส่วนประกอบเพื่อการให้แสงสว่าง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น ความสมบูรณ์แบบของหลอดไฟจะช่วยให้สามารถมองเห็นได้ในยามค่ำคืนปัจจุบันถูกพัฒนาให้แสงสว่างมีความชัดแจ้งมากกว่าเดิม และมีอายุการใช้งานที่ยืนยาว โดยจะมีส่วนประกอบที่หลากหลายมากในตัวของหลอดไฟ
- ภายในหลอดไฟจะบรรจุ แก๊สเฉื่อย อาร์กอน ไนโตรเจน เพื่อให้ความร้อนแพร่ออกนอกหลอดไฟได้ จะทำให้ไส้ไม่เกิดการเผาไหม้
- ส่วนห่อหุ้มไส้ของหลอดไฟ จะต้องเป็นหลอดแก้วที่โปร่งแสง เพื่อแสงจะทะลุออกไปให้แสงสว่างได้
- แก๊สเฉื่อยจะช่วยไส้ภายในหลอดแก้วทนความร้อนได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันหลอดไฟถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่สูงมากขึ้น ให้แสงสว่างที่มากขึ้น และมีราคาที่ไม่แพง มีทั้งแบบตะเกียบ หลอดนีออน หลอดฟรูออเรสเซนต์ และ LED ซึ่งคุณสมบัติแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันออกไป ตามการใช้งาน หากให้แสงสว่างที่กว้าง และมีความชัดแจ้งมากก็จะยิ่งใช้พลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น
