เมื่อเกิดฝนตกหนักแน่นอนว่าเราไม่อยากออกจากบ้านกันอย่างแน่นอน แต่ก็คงจะมีหลาย ๆ ครั้งที่เกิดฝนตกในช่วงเวลาที่เราอยู่ข้างนอกบ้าน หากมีฝนตกเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่ากังวลเท่าไหร่นัก แต่ในแทบจะทุกครั้งเกิดฝนตกแล้วจะต้องมีฟ้าผ่าหรือฟ้าร้องตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนจะต้องสงสัยกันอย่างแน่นอนว่า ฟ้าร้องหรือฟ้าผ่าเกิดขึ้นจากสาเหตุใด และจะมีวิธีป้องกันตัวไม่ให้ฟ้าผ่าได้อย่างไรบ้าง ดังนั้นเราไปดูกันเลย
ไขข้อสงสัย ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร?
ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าจะเกิดจากการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าออกจากเมฆฝนฟ้าคะนอง หรือเมฆคิวมูโลนิมบัส ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อนขนาดใหญ่ บริเวณฐานเมฆจะสูงจากพื้นดินประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนยอดเมฆอาจจะสูงถึง 20 กิโลเมตรเลยทีเดียว โดยที่ภายในก้อนเมฆจะมีการไหลเวียนของกระแสอากาศอย่างรวดเร็ว แถมยังมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ส่งผลให้หยอดน้ำและก้อนน้ำแข็งในเมฆเสียดสีกันจนเกิดประจุไฟฟ้าได้ในที่สุด ทั้งนี้จะพบได้ว่าประจุบวกมักจะอยู่บริเวณยอดของก้อนเมฆ ส่วนประจุลบจะอยู่ที่บริเวณฐานก้อนเมฆ ซึ่งประจุลบที่ฐานของเมฆอาจจะเหนี่ยวนำให้พื้นผิวของโลกที่อยู่ใต้เงาของมันมีประจุบวกด้วยนั่นเอง
วิธีป้องกันตัวเมื่อเกิดฟ้าผ่า มีวิธีป้องกันอย่างไรเหมาะสมที่สุด
สำหรับการเกิดฟ้าผ่าแบบลบและแบบบวกนั้น จะเป็นอัตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นดินและพื้นน้ำเป็นอย่างมาก โดยที่ฟ้าผ่าแบบลบจะผ่าลงบริเวณใต้เของเมฆฝนฟ้าคะนองเป็นหลัก และพื้นที่ดังกล่างที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีสภาพเป็นประจุบวก ในส่วนของฟ้าผ่าแบบบวกจะสามารถผ่าได้ไกลออกไปจากก้อนเมฆถึง 40 กิโลเมตรภายในเวลา 1 วินาทีเท่านั้น โดยจะเกิดในช่วงท้ายของพายุฝนฟ้าคะนอง หรือหลังจากฝนซาไปแล้ว ดังนั้นเรามาดูกันเลยว่า วิธีป้องกันตัวเองเมื่อฟ้าผ่า จะมีวิธีอย่างไรบ้าง
- หาที่ปลอดภัยเพื่อหลบ อย่างเช่น อาคารขนาดใหญ่
- หากหาที่หลบไม่ได้ให้หมอบนั่งยอง ๆ ให้ตัวอยู่ต่ำที่สุด โดยนำมือทั้งสองข้างแนบติดกับเข่า แล้วซุกหัวเข้าไประหว่างเข่า
- อย่ายืนหลบใต้ต้นไม้ หรือบริเวณใกล้เคียงกับต้นไม้โดยเด็ดขาด
ฟ้าผ่าจะถือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีความอันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราจะไม่รู้เลยว่าฟ้าจะผ่าลงมาที่จุดไหน ยิ่งเราอยู่ข้างนอกบ้านด้วยแล้ว ยิ่งต้องหาวิธีป้องกันตัวอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันฟ้าผ่ามาที่ตัวเราให้ได้มากที่สุด
